อยากให้บ้านน่าอยู่ต้องเริ่มจากการออกแบบและทนทาน

บ้านเป็นสถานที่พักอาศัยที่ควรดูแลให้สะอาดเป็นระเบียบที่สุด การมีบ้านที่สะอาดและน่าอยู่ก็จะทำให้ชีวิตดีขึ้นไปด้วย เพราะทำให้กลับมาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้มากินข้าวที่บ้านหาเวลาอยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น

การสร้างบ้านให้น่าอยบู่นั้นต้องเริ่มจากการออกแบบและก่อสร้างก่อนเป็นอันดับรก เราต้องเก็บทุกรายละเอียดเพื่อให้บ้านทนทานแล้วให้มั้นใจว่าอยู่แล้วปลอดภัยดังนั้นวิธีการคิดว่าจะเขียนแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อคอนโดฯอยู่ เพราะตอนนี้คนกรุงเทพฯเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตมาอยู่คอนโดกันมากขึ้น โครงการก็แข่งกันสร้างขาย มีหลากหลายแตกต่างกันไป แต่ไม่มีคนชี้แนะ ทำให้สับสน แต่ว่าดูในblog ตอนนี้สมาชิกกำลังก่อสร้าง ตกแต่ง ต่อเติมบ้านกันหลายๆคน เข้าไปดู ไปcomment บ้าง ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนเรื่องนี้ซะก่อน จะได้อ่านกันทั่วๆ  การตรวจงานก่อสร้างบ้านนั้น ขั้นตอนต่างๆก็ตามขั้นตอนการก่อสร้างเลย แต่การตรวจงานจะเน้นคนละด้าน แต่ไม่ว่าคุณจะเคยสร้างบ้านหรือไม่เคยสร้างมาก่อนก็ตาม การเรียนรู้นั้นไม่ยากเกินไป และก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้ด้วย เพราะบ้านของเราเอง ช่างเขาสร้างดี สร้างเก่ง รับผิดชอบดี เราก็โชคดีไป แต่ถ้าใครเจอช่างที่ไม่เก่ง แถมยังมักง่าย ชี้โกง หรือชุ่ย ด้วยแล้วละก้อ ซวยมั่กๆ เพราะโอกาสที่เราจะปลูกบ้านนั้นไม่บ่อย อาจจะครั้งเดียวในชีวิต ถ้าสร้างไม่ดีปัญหาการบำรุงรักษาก็จะตามมาเป็นเงาตามตัวเชียวละ   ถ้าใครซื้อบ้านจัดสรรก็อาจจะสบายหน่อย ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ เขาจะมีคนดูแลตรวจสอบ เพราะส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้สร้างเอง เขาจ้างผู้รับเหมาย่อยอีกที แต่ถึงอย่างไร เราก็ควรเขาตรวจสอบดูแลอย่างสม่ำเสมอ ดูแบบ ดูหุ่นจำลองแล้วรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ไม่เป็นไร พยายามจินตนาการให้ได้ว่าของจริงจะเป็นอย่างไร แล้วถ้ามีข้อไม่เข้าใจ จะทักท้วง แก้ไข จะได้ปรึกษาเขาก่อนที่จะสร้าง เพราะถ้าสร้างไปแล้ว ไปทุบแก้ไข ปัญหาอื่นๆจะเกิดตามมาอีก เดี๋ยวจะทะเลาะกันไม่เลิก

อยากให้บ้านน่าอยู่ต้องเริ่มจากการออกแบบและทนทาน

การก่อสร้างและตรวจตามขั้นตอนก่อสร้างจะมีดังนี้

  • การวางผัง
    การวางผัง คือการกำหนดวางตัวบ้าน ว่าจะอยู่ที่ตำแหน่งไหน ในที่ดินของเรา ส่วนใหญ่จะกำหนดในแบบแล้วแต่แรก เมื่อตีผังโดยใช้ไม้แบบรอบบริเวณที่จะก่อสร้างแล้วก็จะกำหนดจุดฐานราก และเสาเข็มเพื่อตอกเข็ม บางพื้นที่ดินแข็งๆก็ไม่จำเป็นต้องตอกเข็ม จะทำฐานรากเลย ปัญหาในการวางผัง อาจมีการคลาดเคลื่อน หรือมีอุปสรรคเช่นต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างเดิมใต้ดิน เป็นต้น
  • การตอกเข็ม
    การตอกเข็มปัจจุบันมี 2 อย่างคือเข็มตอก แบบดั้งเดิม และเข็มเจาะ ในกรณีที่พื้นที่จำกัด สถานที่ก่อสร้างอยู่ชิดติดสิ่งก่อสร้างอื่นๆ จะตอกเข็มไม่สะดวก หรือเมื่อตอกลงไปแล้ว จะไปกระทบกระเทือนเขา ทำให้พังเสียหายทะเลาะกันวุ่นวาย หรือบางรายก็ถึงกับฟ้องศาลกันเลยก็มีบ่อย การตรวจดูคือ ตรวจดูเสาเข็มก่อนว่าสภาพดี มีมาตรฐานหรือไม่ ไม่บิดงอ แตกร้าว ไม่ใช่ตอกไปแล้วหักคาที่ การตอกก็มีหลักคือตอกให้ตรง ไม่เอียงซ้ายเอียงขวา ตอกลงไปแล้วแน่นดี ไม่ใช่ตอกปุ๊บหายลงไปในดินปั๊บ นั่นแสดงว่าดินมันอ่อนไป ไม่รับน้ำหนัก เพราะหน้าที่ของเสาเข็ม คือรับน้ำหนักทั้งหมดของตัวบ้าน บ้านจะทรุดไม่ทรุดก็อยู่ตรงนี้แหละ ตอกให้ได้ครบจำนวน หรือถ้าหักก็ต้องตอกเสริมให้ครบตามที่วิศวกรระบุ
  • การทำฐานราก
    ต้องขุดดินออกจากก้นหลุมให้ใหญ่กว่าฐานรากที่จะทำ ถ้ามีน้ำก็ต้องสูบน้ำออกก่อน ระดับความลึกคือวางอยู่บนหัวเสาเข็มพอดี และเททรายและคอนกรีตหยาบ รองพื้นก่อนที่ตั้งแบบไม้ และวางเหล็ก เหล็กเสาตอม่อก็ต้องตั้งตรงได้ดิ่งกับพื้น
  • งานคอนกรีตทั่วไป
    คือส่วนที่เป็นโครงสร้างทั้งหมดของอาคาร เช่น เสา คาน พื้น ที่เขียนย่อในแบบว่า ค.ส.ล. นั้นย่อมาจาก คอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นส่วนประกอบหลักที่ให้ความแข็งแรงกับโครงสร้าง คือคอนกรีตและเหล็กเสริม คอนกรีตอย่างเดียวก็จะแข็งแต่ไม่เหนียว เหล็กอย่างเดียวเหนียวแต่งอได้ จึงต้องใช้มาผสมกัน เพิ่งดูข่าวน้ำท่วมตจว.ไปหยกๆ เห็นน้ำท่วมผ่านถนนขาด รถวิ่งมาถนนพังตกน้ำลงไปทั้งคัน ชาวบ้านมายืนชี้ให้ดูรอยหักของถนน ปรากฏว่าไม่มีเหล็กเสริม มันถึงหักตกน้ำไปได้ง่ายๆ โกงกันหน้าด้านๆเลยนิ
  • การตั้งไม้แบบ
    การเทส่วนโครงสร้างทั้งหมด จะต้องตั้งไม้แบบก่อน เพื่อวางเหล็กเสริม อันนี้ต้องดูให้ดีเพราะช่างมักทำไม่เรียบร้อยเสมอ ตั้งเสาไม่ตรงไม่ได้ดิ่ง หรือบางทีตั้งคานเอียงไม่ได้ระดับ พอหล่อมาแล้ว ดีไม่ดี เขาไม่ค่อยยอมทุบยอมทำใหม่นะ เพราะทุบรื้อทีก็เสียของ (ที่จริงมันของของเรา)
  • งานผูกเหล็ก
    เหล็กเสริมมันก็มีขนาดเส้นใหญ่เล็กต่างกันไปเรียกตามความเล็กใหญ่ว่า มิล ตามมาตราเมตริกที่ specในแบบ แต่ช่างจะชอบเรียกเป็นหุน แบบเก่า คือหน่วยเป็นนิ้ว 1 นิ้วมี 8 หุน เหล็กเล็กก็มักจะใช้ทำเหล็กปลอก ส่วนเหล็กใหญ่ก็เสริมเป็นเหล็กยืนเสริมเสาคานเสริม เหล็กเสริมก็ดูซักหน่อยว่าได้เหล็กเต็มตาขนาด (จะดูยากสักหน่อย) ไม่เป็นสนิม ดัดตรงดี เหล็กปลอก ซึ่งควรมีระยะห่างเท่าๆกันไม่ใช่ถี่บ้างห่างบ้าง แต่บางจุดที่จะเน้นความแข็งแรง วิศวกรก็จะเสริมพิเศษให้ถี่ขึ้นอีก เสร็จแล้วก็จะใช้ลวดผูกเหล็กผูกเหล็กยืนและเหล็กปลอกเข้าด้วยกันทุกๆจุดที่เหล็กทาบกัน จึงจะเรียบร้อย แข็งแรงพร้อมเทคอนกรีต ไม่แอ่นโค้งไปมา
  • การบ่มคอนกรีตและถอดแบบ
    เมื่อเทคอนกรีตเสร็จแล้ว ต้องรอคอนกรีตแห้งก่อน เพราะคอนกรีตยิ่งแห้งยิ่งมีกำลังรับน้ำหนักได้ดี คงเคยเห็นข่าวตึกถล่มตอนก่อสร้างบ่อยๆ เพราะช่างมันรีบเกินไป คอนกรีตยังไม่แห้ง ไม่setตัว ก็ถอดแบบ ตั้งแบบชั้นบนๆขึ้นไปอีก เมื่อคอนกรีตยังรับน้ำหนักไม่ได้เต็มที่ ก็พังลงมาก่อนแน่นอนการบ่มคือเอากระสอบป่านชุบน้ำคลุมไว้ หรือใช้แผ่นพลาสติกห่อคล้ายๆที่เราใช้ wrap ห่ออาหาร จะทำให้คอนกรีตค่อยๆแห้งและได้กำลังรับสูง แต่ช่างไม่ชอบ เพราะเสียเวลา งานช้าเปลืองค่าแรงลูกน้อง
  • งานไม้
    งานไม้แบ่งเป็น 2 ประเภท คืองานโครงสร้างภายใน และส่วนประกอบภายนอก โครงสร้างภายในเช่นโครงเคร่า ฝ้าเพดาน โครงฝา ควรทาน้ำยากันปลวก มอดเสียก่อนที่จะกรุ ส่วนระบบที่วางท่อน้ำยากันปลวกตามโครงสร้างอาคารนั้น เท่าที่เห็นมันไม่ค่อยworkเท่าไหร่ แค่สร้างความมั่นใจเท่านั้น กันปลวกจริงๆไม่ค่อยได้ (นี่ไปขัดทางทำมาหากินของใครเข้ามั่งไม่รู้) เพราะการวางท่อนั้นไม่สามารถกำหนดตำแหน่งให้น้ำยามันฉีดไปได้ทั่วทุกส่วน แล้วปลวกนี่ก็ฉลาดคล้ายแมลงสาบนะครับ กำจัดยากจริงๆ ทางที่ดีคือต้องหมั่นตรวจตราบ้านเราอยู่เสมอ เหมือนเช็คสุขภาพผู้สูงอายุนั่นแหละ เวลาปลวกมันขึ้นมันจะมีทาง มีรอย การเสียเงินจ้างคนกำจัดปลวกคอยดูตามระยะเวลาก็จะดีกว่า (ตามความเห็นของผมนะ) แต่ก็ต้องเลือกบริษัทที่รับผิดชอบดีด้วย พวกที่วางท่อไว้ ก็เห็นต้องมาเรียกใช้บริการพวกนี้อยู่ดี
  • งานก่ออิฐ
    ส่วนใหญ่คือการก่ออิฐผนังและแผงกำแพง ที่นิยมที่สุดคืออิฐมอญและคอนกรีตบล็อก การก่ออิฐผนังจะต้องมีเหล็กเสริมหนวดกุ้งเสริมยื่นออกมาจากเสาเตรียมไว้แล้ว เพื่อยึดผนังกับเสาให้แข็งแรง ก่อนก่ออิฐต้องเอาอิฐไปแช่น้ำให้อิ่มน้ำก่อน แล้วจึงนำมาใช้ ไม่งั้นอิฐที่แห้งจะดูดน้ำจากปูนก่อจนปูนก่อแห้งไป ไม่ยึดติดอิฐก่อ จะหลุดร่วงได้ก่อนฉาบปูนด้วยซ้ำ
  • งานฉาบปูน
    ก่อนการฉาบปูนต้องทำการจับเซี้ยม ตามระดับขอบเสา มุม ผนังเสียก่อนเพื่อความเรียบร้อย และได้ดิ่ง ได้ฉาก ก่อนฉาบก็ต้องรดน้ำผนังก่ออิฐให้ชุ่มเสียก่อนเช่นเดียวกัน จะช่วยไม่ให้ผนังแตกร้าวเพราะอิฐดูดน้ำไปจากปูนฉาบ ส่วนผนังภายนอกที่โดนแดดมากๆ ก็ต้องให้น้ำกันหน่อย รดน้ำซะ 3 วัน จะได้ไม่แตกลายงาภายหลัง เพราะปูนมันแห้งเร็วกว่าปกติ แล้วอย่าลืมวางระบบต่างๆเสียให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องมาสะกัดอีกภายหลัง เพราะไม่ว่าการฉาบปูนซ่อมใหม่จะทำได้เรียบร้อยปานใด ก็ยังมีร่องรอยอยู่ดี เพราะปูนทำกันคนละที ไม่สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน การทาสีอาจกลบไม่หมด ต้องติด wallpaper แทน เสียเงินมากขึ้นไปอีก

Leave a Reply