งานอาชีพการจัดสวน

การจัดสวนในปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นเป็นอาชีพและทำให้เกิดอาชีพที่เกี่ยวเนื่องขึ้น ตามลักษณะของงานจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มออกแบบสวน  ทำหน้าที่ออกแบบ ผลิตแบบทั้งสวนขนาดเล็ก เช่น สวนบริเวณบ้านพักอาศัย หรือสวนขนาดใหญ่ เช่น สวนสาธารณะต่าง ๆ บุคคลในกลุ่มนี้จะต้องมีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจในทฤษฎี หลักการออกแบบ ชนิดของสวน ตลอดจนความต้องการของเจ้าของ หรือชุมชนเป็นอย่างดี บุคคลในกลุ่มนี้ ได้แก่ ภูมิสถาปนิก (Landscape Architect) และนักออกแบบภูมิทัศน์ (Landscape Designer)
  2. กลุ่มงานก่อสร้างทางภูมิทัศน์  งานอาชีพของกลุ่มนี้ อาจจะทำต่อเนื่องโดยกลุ่มแรกก็ได้    หรือจะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทางภูมิทัศน์โดยซื้อแบบจากกลุ่มที่ 1 มาประมูลก่อสร้างสวนให้เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดไว้ บุคคลในกลุ่มนี้จะต้องมีความรู้ในการอ่านแบบ การจัดวัสดุ พืชพรรณ รวมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติงานการจัดสวนด้วย
  3. กลุ่มผลิตวัสดุและพรรณไม้ กลุ่มนี้จะมีหน้าที่ผลิตและจำหน่ายวัสดุที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการจัดสวน รวมทั้งพรรณไม้ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ พืชคลุมดินและหญ้าสนาม บุคคลในกลุ่มนี้จะต้องมีความรู้ทางด้านไม้ดอกไม้ประดับ  การปลูกการดูแลรักษา  การจัดการรวมทั้งทราบภาวะความนิยมและความต้องการของตลาด
  4. กลุ่มดูแลรักษาสวน   การจัดสวนในที่ต่าง ๆ นับวันจะขยายตัวมากขึ้น บางครั้งเจ้าของสวนไม่มีเวลาที่จะดูแลรักษาสวนเนื่องจากมีธุรกิจอื่น ๆ หรือการจัดสวนในบริเวณบ้านจัดสรร จึงทำให้เกิดอาชีพกลุ่มนี้ขึ้นมา บุคคลในกลุ่มนี้จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการจัดสวน การจัดการสนามหญ้า การตัดแต่ง การใช้ปุ๋ย และการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช

97dfajjaehgdcfa6jkgki

ความสำเร็จของการจัดสวน

ความสำเร็จในการจัดสวน ขึ้นอยู่กับความมุ่งหมายและความพอใจของเจ้าของเป็นสำคัญ หากผู้จัดมีความรู้เข้าใจทั้งศาสตร์และศิลปะของการตกแต่งแล้ว ก็จะประสบความสำเร็จในการจัด แต่ความสำเร็จของการจัดสวนในบางครั้งอาจจะไม่เป็นที่พอใจของบุคคลอื่นที่ผ่านมาพบเห็นก็ได้ เพราะความรู้สึกความชอบของแต่ละบุคคลจะไม่เหมือนกัน

การจัดสวนที่ประสบความสำเร็จ ผู้จัดจะต้องศึกษาและรับรู้ถึงความงามของสิ่งต่างๆที่อยู่ตามธรรมชาติ เช่น ความงามของลักษณะผิวของใบไม้ รูปทรงของต้นไม้ ความงามของผิวน้ำเมื่อถูกลมพัด ความงามของผิวหญ้า เมื่อตัดกับสีของกรวด ความงามของหินในรูปร่างลักษณะต่างๆนอกจากนี้ผู้จัดสวนจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องอื่น ๆ เช่น

  1. ศิลปะในการตกแต่ง  การจัดสวนจะต้องอาศัยความรู้ทางสถาปัตยกรรม หรือศิลปกรรมต้องเรียนรู้เรื่องทฤษฎีของสี สัดส่วน รูปร่าง ความกลมกลืน ความแตกต่าง การสร้างจุดเด่น จังหวะและความสมดุล เพื่อช่วยให้การตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น
  2. ศิลปะในการเพาะปลูก    การจัดสวนองค์ประกอบหลักคือพรรณไม้ถึงร้อยละเก้าสิบดังนั้นจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องธรรมชาติของต้นไม้นั้น ๆ  รู้จักรูปรูปทรง และการเจริญเติบโตของพรรณไม้ต่าง ๆ อย่างดี เพื่อจะได้เลือกใช้ได้ถูกต้อง รวมทั้งต้องมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาพรรณไม้นั้น ๆ ด้วย
  3. ความรู้พิเศษอื่น ๆ เช่น ความรู้เกี่ยวกับงานช่างไม้ ช่างปูน ช่างไฟฟ้า เพราะองค์ประกอบในการจัดสวนมีสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากพรรณไม้ เช่น รั้ว ม้านั่ง  สะพาน ฯลฯ ตลอดจนการติดตั้งโคมไพฟ้า เพื่อให้แสงสว่างภายในบริเวณสวน

นอกจากนี้การจัดสวนจะต้องมีแหล่งบันดาลใจ ซึ่งผู้จัดสวนจะต้องศึกษาจาก

  1. สภาพธรรมชาติต่าง ๆ ที่งดงาม
  2. ผลงานของบุคคลหรือนักจัดสวนในอดีตหรือปัจจุบันที่มีคุณภาพ
  3. เอกสารตำราวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
  4. การรู้จักผสมผสานแนวความคิดต่างๆ ก่อให้เกิดเป็นรูปแบบและเอกลักษณ์ของตนเอง

สถานที่ที่ควรจัดสวน

  1. บริเวณบ้านที่อยู่อาศัย  บ้านเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต ทุกคนต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง บ้านจะเป็นบ้านได้ก็เพราะสมาชิกภายในครอบครัวมีความเคารพในธรรมชาติของกันและกัน ขณะเดียวกันบ้านจะน่าอยู่ อยู่สบายก็ต่อเมื่อมีการวางแผนที่ดี มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  มีธรรมชาติที่สวยสดงดงาม   ดังนั้นการจัดสวนบริเวณบ้าน    นอกจากจะทำให้บ้านน่าอยู่ดูสวยงามแล้ว ยังได้ใช้ประโยชน์จากพืชพรรณต่าง ๆ ที่ปลูกไว้อีกด้วย
  2. บริเวณอาคารสถานที่ราชการ  โดยเฉพาะเทศบาลเมือง ถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องวางแผนตกแต่งเมืองให้น่าดู ร่มรื่น มีระเบียบเป็นสง่าราศรีแก่ท้องถิ่นนั้น
  3. บริเวณสิ่งก่อสร้างสาธารณะสถาน  ได้แก่ โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานที่ทางศาสนา สถานีรถไฟ เป็นต้น อาคารสิ่งก่อสร้างดังกล่าว หากมีการตกแต่งอย่างถูกต้องแล้วจะทำให้ผู้ใช้สถานที่นั้น ๆ มีความสุข  เช่น  โรงพยาบาล  การปลูกไม้ดอกประดับตกแต่ง จะช่วยให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่ดีขึ้น สดชื่น สถานที่ศึกษา การจัดสวนนอกจากจะช่วยให้เกิดความสวยงามร่มรื่นแล้ว อาจจะใช้พรรณไม้ต่าง ๆ เป็นวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนได้ สถานีรถไฟก็เช่นกัน การตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับจะช่วยให้ผู้โดยสารได้เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนทิวทัศน์จากป่าเขา ทุ่งนามาเป็นภาพอื่นบ้าง
  4. บริเวณริมถนนหรือบาทวิถี  จะช่วยให้ความร่มรื่นแก่ผู้สัญจรไปมา โดยเฉพาะที่พักริมทาง ซึ่งเป็นที่พักรถในการเดินทางไกล จะช่วยให้ผู้ใช้ถนนได้ผ่อนคลายอิริยาบทหลังจากนั่งอยู่ในยานพาหนะเป็นเวลานาน สบายตา เพื่อจะได้เดินทางต่อไปอย่างมีความสุข
  5. บริเวณที่พักผ่อนหย่อนใจ  เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการให้บริการแก่ประชาชนที่ไม่สามารถมีสวนไม้ดอกไม้ประดับด้วยตนเองได้ ก็จะได้ใช้สถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นที่พักผ่อนออกกำลังกาย สวนสาธารณะหรืออุทยานต่าง ๆ ที่ถูกจัดตกแต่งให้น่าดูนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกของจิตใจและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย

Leave a Reply