การออกแบบสวนเพื่อบ้านที่น่าอยู่

การออกแบบจัดสวน  นับเป็นการออกแบบเพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์  และระหว่างมนุษย์ต่อธรรมชาติ  ปัจจุบันธรรมชาติถูกทำลายลงอย่างมาก  ความสำคัญของการจัดสวนก็มีคุณค่ามากขึ้น   ทั้งในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ  การจัดวางผังเมือง  การกำหนดพื้นที่สีเขียว  การกำหนดเขตอุตสาหกรรม  และเขตที่อยู่อาศัย  เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักวิชา

การออกแบบจัดสวนไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่จะต้องระลึกเสมอว่า   ต้องออกแบบให้มีความสำพันธ์กับสภาพแวดล้อม  อันรวมไปถึงสภาพพื้นที่   รูปแบบของสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้าง  มีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม  และยังจะต้องออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้คนในสังคมนั้นๆด้วย  การออกแบบเพื่อการจัดสวนจึงไม่ใช่เป็นงานที่ทำลายสภาพแวดล้อม  แต่เป็นงานที่ต้องเสริมสร้างสภาพแวดล้อมของส่วนรวมให้ดีขึ้น

ความหมาย

การจัดสวน  หมายถึง การจัดตกแต่งและปรับปรุงพื้นที่ให้เกิดความสวยงาม  ควบคุม  และเสริมสร้างให้สภาพแวดล้อมเหมาะสมเพื่อเอื้อประโยชน์  และเกิดความสะดวกสบายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ จัดสวนไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียวหากต้องทำให้เกิดความงาม  บันดาลความสุขให้เกิดขึ้นในจิตใจและอารมณ์ของผู้คน สอดคล้องกับความต้องการด้านสภาพความเป็นอยู่และการทำกิจกรรมต่างๆของผู้เข้าไปใช้สวนอีกด้วย

ประโยชน์ของการจัดสวน

  1. การจัดสวนทำให้เกิดการดูแลพื้นที่อย่างดี   มีขอบเขตแน่นอน  เกิดความปลอดภัยในการใช้พื้นที่
  2. การจัดสวนเป็นการช่วยลดมลภาวะต่างๆ  เช่น  เสียงรบกวน  ฝุ่น  ลม  แสงแดด  ด้วยการออกแบบมาควบคุม  เพราะการจัดสวนเป็นการควบคุมและสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมน่าอยู่
  3. การจัดสวนทำให้พื้นที่สะอาด  อากาศบริสุทธิ์  ควบคุมระดับอุณหภูมิ  แสงแดด  ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับความต้องการ
  4. การจัดสวนช่วยให้มีการวางแผนการใช้พื้นที่  ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุดมีสัดส่วน  ขอบเขตที่เหมาะสมแน่นอน  เช่น  บริเวณพักผ่อนส่วนตัว  บริเวณออกกำลังกาย  พื้นที่สวนครัว  สนามเด็กเล่น  สวนไม้ดอกไม้ประดับ  หรือพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ
  5. การจัดสวนช่วยแก้ไขและปิดบังสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าดู  และยังแก้ไขการพังทลาย  การเสื่อมโทรมของหน้าดินอีกด้วย
  6. การจัดสวนช่วยให้เกิดความสุขทางด้านจิตใจ  เพราะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและพืชพรรณ

การออกแบบสวนเพื่อบ้านที่น่าอยู่

รูปแบบของสวน

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อค้นหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอนับเป็นธรรมชาติของมนุษย์จึงเป็นผลทำให้งานออกแบบทุกด้านพัฒนาไปอย่างกว้างขวาง สวนได้ถูกแบ่งไว้เป็น ๒ แบบใหญ่ๆ  คือสวนแบบประดิษฐ์ (Formal   style)  และสวนแบบธรรมชาติ  (Informal  style)  แต่ในปัจจุบันยังมีรูปแบบสวนเกิดขึ้นจากการพัฒนาการของแนวความคิดจากรูปแบบสวนทั้ง ๒  เรียกว่า สวนแบบสมัยใหม่ (Contemporary )

  • สวนแบบประดิษฐ์หรือสวนแบบเรขาคณิต (Formal style)

สวนแบบนี้วางแปลนโดยใช้รูปเรขาคณิตเป็นหลัก   เช่น  สี่เหลี่ยม   สามเหลี่ยม  วงกลม

ดังนั้นการควบคุมตัดแต่งรูปทรงต้นไม้จะเห็นอย่างเด่นชัด  เจาะจง   จัดวางอย่างตั้งใจ  การจัดสวนแบบนี้มักจะเป็นการจัดในพื้นที่กว้างจึงจะเกิดความประทับใจ  พื้นที่จัดมักเป็นที่ราบเรียบ  ไม่นิยมพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ  เป็นเนินเขา  การจัดจะคำนึงถึงความสมดุล

  • สวนรูปแบบธรรมชาติ (Informal  style)

Leave a Reply